กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

ตลาดเกษตรออนไลน์

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
แชร์หน้านี้ไปที่ไลน์หรือเฟสบุ๊คได้ทันที คลิ๊กที่ปุ่ม . Share
ดู: 2631|ตอบกลับ: 0

โรครากขาวในต้นยางพารา

[คัดลอกลิงก์]


ปัจจุบันพบ โรครากขาว แพร่ระบาดกระจายทั่วไปในสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ และมีรายงานว่า พบโรครากขาวระบาดใน พื้นที่ภาคตะวันออกด้วย โดยเฉพาะแปลงยางปลูกใหม่ (อายุ 2-3 ปี) และแปลงยางปลูกแทนในพื้นที่ที่มีโรครากขาวระบาดมาก่อน  เนื่องจากมีเศษรากยางและเศษตอไม้ฝังอยู่ในดินหรือหลงเหลือในแปลง หากเกษตรกรกำจัดเศษรากหรือตอไม้ออกไม่หมด จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรครากขาวไปยังต้นยางปลูกใหม่ได้ หากเกิดโรครากขาวระบาดทำลายต้นยาง 1 ต้น จะทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ ประมาณ 650 บาทต่อไร่/ปี

นางอารมณ์ โรจน์สุจิตร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี  กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า โรครากขาวเกิดจากเชื้อรา Rigidoporus lignosus (Klotzsch) Imazeki เป็นเชื้อราจำพวกเห็ดชั้นสูง มักระบาดในช่วงฤดูฝน เมื่อรากยางปลูกใหม่ไปสัมผัสกับแหล่งแพร่เชื้อดังกล่าว จะทำให้รากติดเชื้อและลุกลามเข้าสู่รากแก้ว ทำให้ต้นยางเป็นโรคตาย เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้ด้วยการสัมผัสระหว่างรากที่เป็นโรคกับรากของต้นข้างเคียงลุกลามต่อไป ทั้งในระหว่างต้นและระหว่างแถวยาง นอกจากนี้สปอร์เชื้อรายังแพร่กระจายได้โดยน้ำ ลม และแมลง  สามารถเข้าทำลายต้นยางทางบาดแผล ทำให้ต้นยางเป็นโรคและเป็นแหล่งแพร่เชื้อใหม่

ดังนั้น เกษตรกร จึงควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกยางอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแปลงยางที่เป็นโรครากขาวสังเกตได้ง่าย ๆ โดยมีต้นยางยืนต้นตายและมีพื้นที่ว่างเป็นหย่อม ๆ ใบยางเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเป็นบางกิ่งหรือทั้งทรงพุ่ม ขอบใบห่อลงเล็กน้อย เมื่อระบบรากถูกทำลายอย่างรุนแรงใบจะเหลืองทั้งต้นแล้วร่วงและยืนต้นตาย ที่โคนต้นและรากจะพบเส้นใยของเชื้อราเจริญปกคลุม เส้นใยอ่อนมีลักษณะสีขาวค่อนข้างหยาบ เส้นใยแก่มีสีส้ม อาจมีดอกเห็ดขึ้นบริเวณโคนต้นยาง ลักษณะเป็นแผ่นครึ่งวงกลมแผ่นเดียวหรือซ้อนกันหลายแผ่น ไม่มีก้านชูดอก ขอบดอกเห็ดมีสีขาวหรือเหลืองอ่อน ผิวด้านบนและล่างมีสีส้มโดยด้านล่างมีสีเข้มกว่า

การป้องกันโรครากขาว ที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพสูงสุด คือ การกำจัดแหล่งเชื้อโรคออกจากแปลงในช่วงเตรียมแปลงปลูก โดยก่อนปลูกสร้างสวนยางใหม่หรือปลูกแทนควรกำจัดเศษรากยาง เศษตอไม้ออกจากแปลงเดิมนำไปเผาทิ้ง ไถพลิกหน้าดิน ตากดินไว้ประมาณ 10-20 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ฝังตัวอยู่ในดิน แล้วไถพลิกหน้าดินอีกครั้ง เก็บเศษซากไม้ที่หลงเหลืออยู่ออกให้หมด และผสมผงกำมะถันประมาณ 150-200 กรัม กับดินในหลุมปลูกยางก่อนปลูกยาง 1-2 เดือน

หากตรวจพบโรครากขาวในแปลงต้องเร่งจัดการต้นยางที่เป็นโรคไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อไปยังต้นข้างเคียง ซึ่งสามารถควบคุมโดยการขุดร่องระหว่างต้นที่เป็นโรคกับต้นปกติเพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดลุกลามไปยังต้นอื่น แล้วตัดต้นและกำจัดรากต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง นำไปเผาทำลายให้หมด ร่วมกับการใช้สารเคมีกลุ่มไตรอะโซนราดโคนต้นที่เป็นโรคและต้นข้างเคียงเพื่อรักษาและป้องกันโรครากขาวลุกลาม ทั้งนี้ ก่อนที่จะราดสารเคมีควรขุดดินรอบโคนต้นให้เห็นรากแขนง แต่อย่าให้รากลอย แล้วค่อยราดสารเคมี จากนั้น 3-6 เดือน ให้ราดสารเคมีซ้ำ และหมั่นตรวจสอบต้นยางอย่างสม่ำเสมอ

หากมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “โรครากขาว” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร.07-7381-9601 หรือสถาบันวิจัยยางและศูนย์วิจัยยางใกล้บ้าน.

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x



ขอเชิญเข้าร่วมกลุ่ม ThaiFeed.NET ซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์ ฟรี! @ Facebook.com >> https://www.facebook.com/groups/thaifeed.net/

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

ENTERFARM.COM @

ประวัติการแบน|ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์

GMT+7, 10-12-2018 03:09

Powered by Discuz! DISCUZ_VERSION RDISCUZ_RELEASE, Rev.DISCUZ_TH_REVISION

© 2001-2017 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้